แนววิชาการ VS แนวบูรณาการ
เราเคยได้ยินอาชีพ"แม่"เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่และเสียสละทุกสิ่งทุกก้าวทำเพื่อลูกไม่ว่าจะเป็นก่อนคลอดหลังคลอดและเลี้ยงดูจนถึงวัยที่ต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง ลูกสาววัย 1 ขวบได้ออกไปเรียนว่ายน้ำ เรียน playgroup และถึงช่วงเรียนพื้นฐานด้านวิชาการ เด็กวัย 1.5 ขวบ มานั่งเรียนซึ่งใช้เวลาเรียนแค่ 30 นาทีแต่ลูกนั่งเรียนได้ไม่ถึง 10 นาที ที่เหลือคือแม่ ไล่จับให้ลูกมานั่งเรียนเหมือนเช่นเพื่อนๆในห้อง เราใช้เวลาให้ลูกคุ้นเคยและศึกษาด้านวิชาการมาพอสมควร พาลูกไปทดลองเรียนและลงคอร์สที่เขาว่าดีๆ กลับมาบ้านสอนให้ลูกอีกลูกเรียนรู้จากสิ่งที่แม่พยายามยัดให้ได้แค่ 5%แต่กลับเป็นแม่ที่ได้เรียนรู้100% ลูกเค้ามีความสุขกับการได้เล่นและเรียนในเวลาเดียวกันมากกว่านั่งเรียนเป็นชั่วโมง เรารีบกับลูกไปไหมเด็กวัย 2 ขวบจำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้เหรอ ต้องท่องเลขได้ถึงหลักร้อย ท่อง ก-ฮ และเขียนได้เหรอจึงจะเรียกว่าเด็กเก่ง หรือเราควร จะให้เค้าใช้ชีวิตวัยเด็กของเค้าให้คุ้มค่า ให้ได้เล่นสนุกตามวัย เรียนรู้แบบธรรมชาติที่ควรจะเป็นไม่ใช่อัดให้ลูกตามสังคมนิยมที่เป็นอยู่ จากแนววิชาการเราทิ้งออกมาอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางเสียงของคนรอบข้าง เราไม่เคยจับลูกนั่งเรียนอีก จากเคยบังคับว่าต้องอ่านหนังสือเล่มนี้เรียนแบบนี้ เปลี่ยนเป็นให้ลูกไปหยิบเล่มที่เค้าต้องการและชอบมาอ่านแทน จนถึงวัยเข้าเรียนเราเยี่ยมชมและศึกษาโรงเรียนในแนวบูรณาการหลายๆที่ จนมาพบ “โรงเรียนอนุบาลช้างเผือก"ครั้งแรกที่เห็นโรงเรียนมองไปที่ต้นไม้ความร่มรื่นและความสะอาด ที่นี่เป็นโรงเรียนเล็กๆมีนักเรียนไม่มากและมีบุคลากรที่สามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึง มีความปลอดภัยสังคมอบอุ่นพี่ดูแลน้องมีบ่อทรายและพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้ธรรมชาติ แค่นี้แหละที่เราต้องการส่วนวิชาการจ๋าเหรอตัดออกไปซะ
สิ่งที่ดีใจคือเราเลือกสิ่งที่ดีและใช่สำหรับลูก เราเลือกที่จะปูพื้นฐานในการดำรงชีวิตและเรียนรู้โลกเพราะที่นี่ไม่ได้ มีครูไว้บริการเด็กแต่จะสอนให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง ลูกได้เดินบนก้อนหินและพื้นดินแทนที่จะเดินบนพื้นกระเบื้องบนตึกโรงเรียน สอนความมีจิตเมตตาและน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ แต่ขณะเดียวกันก็สอนให้ลูกได้ต่อสู้เมื่อไม่ถูกต้อง จากการเรียนการสอนแบบนี้ทำให้ลูกรักที่จะเรียนรู้ตามความชอบและวัยทางด้านโภชนาการมีวันหนึ่งลูกเดินมาหยิบ"ต้นหอม"ไปทาน ซึ่งทุกคนตกใจว่าเด็กสามารถทานต้นหอมที่มีรสชาติฉุนและเผ็ดร้อนได้ ซึ่งผู้ใหญ่บางคนยังต้องปฏิเสธ อาจเป็นเพราะที่นี่ปลูกฝังให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักด้านโภชนาการที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ เด็กต้องรู้จักคุณค่าของ เมล็ดข้าวทุกเม็ดและทานอาหารให้หมดโดยที่ไม่ต้องบังคับให้ทาน และเก็บทำความสะอาดเองเรามองว่าการให้การศึกษาไปพร้อมกับการพัฒนาจิตใจเป็นสิ่งสำคัญซึ่งเราเกือบทำผิดพลาดและมองข้ามสิ่งนี้ไป
คุณพ่อกู้ด Senior purchasing Project Development byThe Mall Group
คุณแม่กุ๊กไก่ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
ผู้ปกครอง ด.ญ. พิริยา เกษมุติ (น้องเกรซ) ห้องต้นน้ำ ปีการศึกษา 2559
ขอเชิญร่วมงานบุญและฟังธรรมบรรยาย "ครบรอบ ๒๑ ปี อนุบาลช้างเผือก"
เชิญร่วมทำบุญ และฟังบรรยาย พระอาจารย์เอกวีร์ มหาญาโณ 'ท่านอั๋น' "วันไหว้ครู"
ฟื้นฟูป่า ฟื้นฟูใจ ครั้งที่๓ ครอบครัวช้างเผือกไปปลูกป่าภูหลวง
ปฐมนิเทศอนุบาลช้างเผือก 3 พฤษภาคม 2569 (สติผลิใบ MindDrive Mind Bloom)
เปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาตินั้นเป็นการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของลูก